ทำความรู้จักกับเทรนด์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หรือ Holistic Health 

ทำความรู้จักกับเทรนด์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม-หรือ-Holistic-Health

ประสิทธิภาพร่างกายของผู้สูงอายุนั้นนับถอยหลังอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายที่เสื่อมสภาพในทุกวินาทีต้องต่อสู้กับโรคร้ายมากกว่า 1 ชนิดอยู่เสมอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ทำให้ผู้สูงวัยรุ่นใหม่มีรูปแบบการจัดการสุขภาพตนเองที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น เรียกว่า Holistic Health หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ จนผู้สูงวัยสามารถเป็นเจ้าของความยั่งยืนสุขภาพของตนเองได้อย่างแท้จริง

ผู้สูงวัยสามารถเริ่มดูแลสุขภาพแบบองค์ได้อย่างไร

ผู้สูงวัยสามารถเริ่มดูแลสุขภาพแบบองค์ได้อย่างไร

การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (holistic Health) เป็นเทรนด์การดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ด้วยตนเอง ปราศจากการบำบัดด้วยยา สารเคมี และอุปกรณ์เสริม เพื่อสร้างความยั่งยืนได้ด้วยตนเอง ซึ่งสำหรับผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพแบบองค์รวมได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับพฤติกรรมหรือรูปแบบชีวิตที่มีความเสี่ยงด้วยวิธี ดังนี้ 

  1. สารอาหารที่ร่างกายต้องการ
    ประสิทธิภาพทางร่างกายที่เสื่อมสภาพของผู้สูงวัยนั้นมีความแตกต่างตามบุคคล ซึ่งแสดงถึงการขาดสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อการทำงานของร่างกายส่วนนั้น ๆ ทำให้ผู้สูงอายุควรปรับรูปแบบการรับประทานอาหาร เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม เป็นต้น โดยบริโภคโภชนาการที่มีความเหมาะสมกับตนเองจากการกำหนดอาหารหรือโภชนาการที่เหมาะสมกับพันธุกรรม เพศ ชีวภาพ และเป้าหมายด้านสุขภาพ เพื่อสร้างประโยชน์แก่ร่างกาย 
  2. ดูแลสุขภาพจิตด้วยกิจกรรมสมาธิ
    หนึ่งในวัตถุประสงค์ของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic) คือ สร้างเสริมประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพจิต ซึ่งผู้สูงวัยสามารถดูแลสุขจิตของตนเองได้ด้วยการทำสมาธิ การทำโยคะ เพื่อฝึกการควบคุมสติให้มีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อความเครียดจากสิ่งแวดล้อมในยุคสมัยใหม่ที่สร้างความกดดันสูง จนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข 
  3. สร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วย Plant Based
    การปรับพฤติกรรมอาหารทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น เพื่อฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งหากอาหารดังกล่าวทำจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี จะยิ่งช่วยซ่อมแซมร่างกายที่มีประสิทธิภาพกว่าการรับประทานยา เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคภัยที่สร้างอาการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุได้สำเร็จ 

    อาหารประเภท Plant Based หรือเน้นการรับประทานผัก ผลไม้ เครื่องเทศ สมุนไพร ถั่ว และธัญพืช รวมถึงแร่ธาตุ ใยอาหาร เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้าย เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต หลอดเลือดสมอง ในผู้สูงวัยได้อีกด้วย
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    นอกจากการรับประทานอาหารแล้ว ผู้สูงวัยจำเป็นต้องออกกำลังกาย เพื่อสร้างเสริมร่างกายและภูมิคุ้มกัน โดยเลือกให้มีความเหมาะสมกับตนเอง ไม่หนักหรือเบาเกินไป เช่น 
  5. Tai chi 
    ศิลปะการเคลื่อนไหวแบบจีนโบราณที่เหมาะกับผู้สูงวัย เพื่อเสริมสมาธิ รักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจ รักษาข้อต่อ และเป็นกิจกรรมลดความเครียดของผู้สูงอายุ 
  6. การเดินป่า
    การเดินป่าหรือการแคมป์ปิ้งช่วยให้ผู้สูงวัยคลายความวิตกกังวลและช่วยให้จิตใจสงบ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งผู้สูงอายุในประเทศเกาหลีใต้มักทำกิจกรรมนี้ เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองแบบองค์รวม
  7. พิลาทิส
    เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสร้างความแข็งแรงทางร่างกายที่เหมาะสำหรับผู้สูงวัย ด้วยการควบคุมแกนกลางลำตัว ซึ่งช่วยปรับบุคลิกภาพและการทรงตัว ซึ่งเป็นปัญหาของผู้สูงวัยหลายคน อีกทั้งยังช่วยรักษาอาการปวดหลัง ปวดคอเรื้อรัง
  8. พักผ่อนให้เพียงพอ 
    การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้สูงวัย แต่การดูแลสุขภาพแบบ Holistic Health จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนที่สร้างวินัยในการพักผ่อน เพื่อสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน โดยผู้สูงวัยควรพักผ่อนให้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง หากมีอาการนอนหลับยาก แต่ไม่ควรนอนหลับติดต่อกันนานกว่า 8 ชั่วโมง เพราะหากพักผ่อนมากเกินไปอาจแสดงถึงความผิดปกติของร่างกายได้ 

ด้วยการดูแลสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมหรือ Holistic Health จากวิธีข้างต้น จะช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถดูแลรักษาสุขภาพของตนเองจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย สร้างเสริมภูมิคุ้มกัน เชื่อมโยงร่างกายและจิตใจ เพื่อลดความเครียดด้วยกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพจิต 

การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมหรือ Holistic ด้วยวิธีข้างต้น จะช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหว ความแข็งแกร่งของสุขภาพใจ และอารมณ์ จนนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันที่เชื่อมโยงระหว่างร่างกายและจิตใจให้กับผู้สูงวัย

ข้อดีของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมหรือ Holistic Health Trend

ข้อดีของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมหรือ Holistic Health Trend

การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม  แม้จะเป็นเทรนด์หรือกระแสนิยมจากผู้คนยุคใหม่ แต่หากสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะในผู้สูงวัยจะช่วยให้การดำรงชีวิตนั้นมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถดูแล รักษา และควบคุมร่างกายของตนเองได้อย่างแท้จริง จากการสร้างความแข็งแรง ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ  จนก่อให้เกิดข้อดีเหล่านี้ต่อผู้สูงวัย 

  1. สามารถเสริมสุขภาพจิตควบคู่กับร่างกาย
    การสร้างเสริมร่างกายภายนอกให้มีความแข็งแรง ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันภายในที่สามารถลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า เนื่องจากการมีจิตใจที่มั่นคง 
  2. สามารถป้องกันโรคเรื้อรัง
    การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมช่วยป้องกันโรคเรื้อรังในผู้สูงวัย เช่น เบาหวาน ความดัน มะเร็งด้วยการปรับเมนูอาหารให้มีประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย เพื่อให้สุขภาพผู้สูงอายุนั้นมีความยั่งยืนที่เริ่มต้นจากอาหารที่เลือกรับประทาน
  3. สามารถรักษาสมดุลภายใน
    ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งช่วยพัฒนาและควบคุมสัมปชัญญะด้วยการบำบัดจากการออกกำลังกาย ทำให้สามารถรักษาสมดุลของระดับฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท ให้มีความสมดุล
  4. สามารถมองเห็นคุณค่าของชีวิต
    เมื่อผู้สูงวัยมีทักษะการรับรู้และการดูแลตนเอง จะช่วยให้มองเห็นคุณค่าชีวิตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถใช้ชีวิตกับกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อเป็นเจ้าของร่างกายของตนเองอย่างแท้จริง

ข้อดีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมหรือ Holistic Health เป็นมากกว่าเทรนด์เพราะช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถดูแลสุขภาพ ร่างกาย และจิตวิญญาณของตนเอง เพื่อการดำรงชีวิตแบบยั่งยืนและสมดุลทั้งภายในและภายนอกของร่างกาย ซึ่งลูกหลานสามารถเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยเก้าอี้ปรับไฟฟ้าจาก Modernform Health & Care ที่ให้การนั่งพักผ่อนนั้นง่ายดาย สะดวกสบาย และปลอดภัย ด้วยการออกแบบพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งช่วยปรับท่านั่ง ลดอาการปวดหลังหลังทุกครั้งที่ผู้สูงอายุใช้งานหลังการดูแลสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และจิตวิญญาณ หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จนนำไปสู่การเป็นเจ้าของสุขภาพอย่างยั่งยืน  

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า