ข่าวสารใหม่ ๆ

การตรวจวิเคราะห์ระบบไฟฟ้าหัวใจ

การตรวจพิเศษเกี่ยวกับโรคหัวใจ

หัวใจประกอบไปด้วยส่วนสำคัญหลายส่วน เช่น หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ เป็นต้น แต่การที่หัวใจจะบีบตัวได้ตามปกตินั้น จำเป็นต้องมีระบบการนำไฟฟ้าหัวใจที่ปกติด้วย การที่หัวใจเต้นผิดปกติ เร็วหรือช้ากว่าปกติ ใจสั่น เต้นผิดจังหวะ ไม่สม่ำเสมอ หรือ หยุดเต้น ล้วนแต่เกิดจากความผิดปกติในการนำไฟฟ้าหัวใจทั้งสิ้น บางครั้งการตรวจร่างกายตามปกติ รวมทั้ง การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง ยังไม่สามารถให้
รายละเอียดได้มากพอ แพทย์โรคหัวใจจะแนะนำให้ตรวจวิเคราะห์ระบบไฟฟ้าหัวใจโดยละเอียด


วิธีการตรวจ

แพทย์จะใส่สายสวนหัวใจขนาดเล็ก เข้าไปยังตำแหน่งต่างๆ ภายในหัวใจ ผ่านทางหลอดเลือดดำที่ขาหนีบ หรือที่ใต้ไหปลาร้า โดยอาจใช้สายสวนหลายสายร่วมกัน และใช้เครื่องเอกซ์เรย์ในการเลือกตำแหน่งที่ถูกต้อง ที่ปลายของแต่ละสาย จะมีความสามารถในการบันทึกไฟฟ้า ที่เกิดขึ้นภายในหัวใจ ทำให้ทราบว่า มีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้นในหัวใจหรือไม่ และยังสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าจำนวนน้อยๆ ไปกระตุ้นให้เกิดการเต้นผิดจังหวะที่เป็นอยู่ มาปรากฏต่อแพทย์ได้ หากพบว่ามีวงจรที่ผิดปกติ หรือ มีทางลัดเกิดขึ้นในหัวใจ แพทย์อาจใช้คลื่นวิทยุจี้ ทำลายวงจรที่ผิดปกติ โดยผ่านทางสายดังกล่าวได้ ซึ่งนับเป็นการตรวจวิเคราะห์และการรักษาการเต้นผิดจังหวะ ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

การเตรียมตัวเช่นเดียวกันกับการสวนหัวใจหรือการฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ แต่จำเป็นต้องอาศัยแพทย์โรคหัวใจ ที่ผ่านการฝึกอบรม เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบไฟฟ้าหัวใจเป็นพิเศษ ผู้รับการตรวจต้องงดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นการตรวจที่ใช้เวลานาน 1-4 ชั่วโมง (แล้วแต่ความยากง่าย และมีการจี้ด้วยคลื่นวิทยุหรือไม่)
ในบางราย แพทย์อาจให้ยานอนหลับ หรือยาสลบร่วมด้วย แต่โดยทั่วไปผู้ป่วยจะรู้ตัวดีขณะทำการตรวจ อย่างไรก็ตามแม้ว่า การตรวจนี้จะได้ประโยชน์มาก ในการวินิจฉัยโรค แต่ก็มีผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ตั้งแต่เลือดออกจากบริเวณใส่สายสวน หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง (ที่แก้ไขได้) ลมรั่วจากปอด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผลแทรกซ้อนส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้



นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา
อายุรแพทย์โรคหัวใจ
 
แหล่งข้อมูล : www.thaiheartweb.com