ข่าวสารใหม่ ๆ

การตรวจหัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจด้วยการสวนหัวใจและฉีดสี

การตรวจพิเศษเกี่ยวกับโรคหัวใจ

การตรวจสวนหัวใจหรือการฉีดสี หมายถึงการใช้สายสวนขนาดเล็ก (โดยทั่วไป เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 มม.) ใส่เข้าไปตามหลอดเลือดแดง อาจจะใส่จากบริเวณขาหนีบ (ซึ่งนิยมมากที่สุด) ข้อพับแขนหรือข้อมือ ไปจนถึง จุดที่เป็นรูเปิดของหลอดเลือด ที่ไปเลี้ยงหัวใจ (หรือที่รู้จักกันว่าหลอดเลือดโคโรนารี่) ทั้งซ้ายและขวา ซึ่งตำแหน่งดังกล่าว มักจะอยู่ก่อนถึงหัวใจเล็กน้อย จากนั้น แพทย์จะใช้สารละลายทึบรังสีเอ็กซเรย์ (หรือ "สี") ฉีดเข้าทางสายสวนนั้น ไปที่หลอดเลือดโคโรนารี่ เพื่อตรวจสอบดูว่า มีการตีบแคบ หรือตันของหลอดเลือดอันสำคัญนั้นหรือไม่ ถ้ามีการตีบแคบหรือตัน การฉีดสี ก็จะสามารถให้รายละเอียดได้ชัดเจนอีกว่า เป็น ณ บริเวณใดของหลอดเลือด เป็นมากหรือน้อยประการใด ทั้งนี้ นอกจากจะช่วยในการวินิจฉัย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ อย่างแม่นยำ แล้ว ยังช่วยในการตัดสินใจของผู้ป่วยญาติ และแพทย์ อีกด้วยว่า ควรจะแก้ไขหรือรักษาด้วยวิธีใด ให้เหมาะสม และเกิดประสิทธิผล แก่ผู้ป่วยอย่างสูงสุด

ปัจจุบันการตรวจสวนหัวใจ ทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น ใช้เวลาพักอยู่ในโรงพยาบาลเพียง 1 วัน และขณะทำก็ไม่มี การใช้ยาสลบแต่อย่างใด จะใช้ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ขณะตรวจ ผู้ป่วยจะสามารถมองผ่านทางจอภาพได้ตลอดเวลา และเมื่อการตรวจเสร็จ เรียบร้อย ท่านก็จะทราบผลการตรวจได้ทันที

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

1. ท่านจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ ให้งดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนตรวจ
2. ทุกท่านจะต้องลงชื่อในใบยินยอม ก่อนการตรวจสวนหัวใจ
3. หากท่ามีประวัติแพ้ใดๆ เช่น แพ้ยา แพ้อาหารทะเล หรือ มีประวัติเลือดออกแล้วหยุดยาก ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
4. หากท่านมีประวัติการตรวจอื่นๆ ที่ยังเก็บไว้เอง เช่น ฟิล์มเอ็กซเรย์ปอดและหัวใจ ผลการตรวจเลือดเร็วๆนี้ ผลการตรวจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผลการตรวจ สมรรถภาพของหัวใจด้วยการออกกำลังกาย (Exercise Stress Test) หรือผลการตรวจ Echocardiography ควรนำมาให้แพทย์ดูก่อนหรือในวันตรวจด้วย
5. อื่นๆ ตามคำแนะนำของแพทย์

ผลแทรกซ้อนจากการตรวจ

มีผลแทรกซ้อนที่เกิดจากการสวนหัวใจ และฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจอยู่บ้าง ผลแทรกซ้อนที่ไม่รุนแรง (พบได้น้อยกว่าร้อยละ 5) เช่น ผลต่อหลอดเลือดที่ขา (ตำแหน่งที่แทงเข็ม) เลือดออก แพ้สี แบบไม่รุนแรง เป็นต้น หรือ ผลแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น อัมพาต แพ้สีรุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ผลแทรกซ้อนที่รุนแรงเหล่านี้พบน้อยมาก น้อยกว่าร้อยละ 1 ทำให้เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดี กับ ข้อเสียแล้ว ผู้ป่วยจำนวนมาก จะได้ประโยชน์จากการสวนหัวใจและฉีดสีดูหลอดเลือด


นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา
อายุรแพทย์โรคหัวใจ
 
แหล่งข้อมูล : www.thaiheartweb.com